ข้ามไปเนื้อหาหลัก
อัปเดต

Anthropic เปิดตัว Claude Sonnet 5.5 ราคาเท่าเดิม แต่เร็วขึ้นและใช้ token น้อยลง

Claude Sonnet 5.5 โมเดลตัวที่สองของตระกูล Claude 5.5 ราคาต่อ token เท่ากับ Sonnet 5 ทุกรายการ สิ่งที่เปลี่ยนคือสร้างผลลัพธ์เร็วขึ้นกว่า 30% และทำงานเดียวกันโดยใช้ token น้อยลง พร้อมคะแนน benchmark ที่ขยับขึ้นแบบก้าวกระโดด

โดย ณัฐพล ยงค์ไพบูลย์ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Claude Thailand Community

Anthropic เปิดตัว Claude Sonnet 5.5 โมเดลตัวที่สองของตระกูล Claude 5.5 ต่อจาก Opus 5.5 ที่ออกมาก่อนหน้านี้

เรื่องแรกที่ควรรู้คือ ราคาไม่ได้ลด Sonnet 5.5 คิดราคาเท่ากับ Sonnet 5 ทุกรายการ คือ input 2 ดอลลาร์ output 10 ดอลลาร์ และ cache read 0.20 ดอลลาร์ต่อล้าน token สิ่งที่ดีขึ้นจริงมีสองอย่าง คือสร้างผลลัพธ์เร็วขึ้นกว่า 30% และทำงานเดียวกันโดยใช้ token น้อยลง

ตำแหน่งของ Sonnet 5.5 คือตัวที่เร็วกว่าและประหยัดกว่า Opus 5.5 โดย Opus 5.5 ยังเป็นตัวหลักสำหรับงานซับซ้อนที่ต้องใช้วิจารณญาณ ส่วน Sonnet 5.5 เก่งที่สุดกับงานประจำวันที่ขอบเขตชัดเจน งานแก้บั๊ก และงานสร้างเอกสาร สไลด์ และสเปรดชีตให้ออกมาเรียบร้อย Anthropic เสริมว่าโมเดลตัวนี้มีสายตาด้านงานออกแบบที่ดีด้วย

ภาพเปรียบเทียบ Claude Sonnet 5.5 กับ Claude Sonnet 5 ตารางซ้ายแสดงราคาต่อหนึ่งล้าน token ที่เท่ากันทุกรายการ คือ input 2 ดอลลาร์ output 10 ดอลลาร์ และ cache read 0.20 ดอลลาร์ การ์ดขวาบนระบุว่าสร้างผลลัพธ์เร็วขึ้นกว่า 30% การ์ดขวาล่างระบุว่าใช้ token น้อยลงต่องาน จึงอาจทำให้ค่าใช้จ่ายต่องานลดลงได้สูงสุด 30% ขึ้นกับลักษณะงาน แถบล่างสรุปจำนวน token ที่ผู้ทดสอบรายงาน ได้แก่ Balyasny ใช้ลดจาก 497,000 เหลือ 121,000 token ต่อคำตอบ Slack ใช้ output token น้อยลงราว 14% และ Box ใช้ token รวมน้อยลง 12%

ราคาไม่ลด แล้วบิลจะลดไหม

ค่าใช้จ่ายของการใช้ AI คิดจาก ราคาต่อ token คูณด้วยจำนวน token ที่ใช้ รอบนี้ตัวแรกเท่าเดิม แต่ตัวหลังลดลง เพราะ Sonnet 5.5 ทำงานเดียวกันจบโดยใช้ token น้อยกว่า Sonnet 5 บิลรวมจึงมีโอกาสลดลงแม้ราคาจะไม่เปลี่ยน

Anthropic ระบุว่าจากการทดสอบของตัวเอง ค่าใช้จ่ายต่องานลดลงได้สูงสุด 30% คำว่า “สูงสุด” สำคัญ เพราะตัวเลขนี้คือกรณีที่ดีที่สุด ไม่ใช่ส่วนลดที่ได้ทุกครั้ง ผลจริงขึ้นอยู่กับว่าใช้ทำงานแบบไหน ดูได้จากตัวเลขของผู้ทดสอบที่ต่างกันมาก

  • Balyasny Asset Management ทดสอบงานการเงิน 2,441 งาน Sonnet 5.5 ใช้ราว 121,000 token ต่อคำตอบ ขณะที่ Sonnet 5 ใช้ 497,000 token
  • Slack ทดสอบกับ Slackbot โดยไม่แก้ prompt เดิม ใช้ output token น้อยลงราว 14% และได้ผลดีขึ้นเกือบทุกชุดทดสอบ
  • Box ใช้ token รวมน้อยลง 12% พร้อมบอกว่าแม่นยำขึ้นและเร็วขึ้น 2.4 เท่า
  • Base44 ทดสอบสร้างแอปจริง 118 ตัว Sonnet 5.5 ใช้เฉลี่ย 3.6 รอบต่อหนึ่งแอป ขณะที่ Opus 5 ใช้ 7.7 รอบ

ต่างจาก Opus 5.5 ที่ลดราคาต่อ token ลงจริง 20% แล้วยังใช้ token น้อยลงด้วย ส่วน Sonnet 5.5 ราคาเดิม ประหยัดได้เฉพาะจากการใช้ token น้อยลงเท่านั้น

คะแนน benchmark

  • Terminal-Bench 4.0 (งานเขียนโค้ดแบบ agentic) ได้ 70.6% เทียบกับ Sonnet 5 ที่ 10.3% และสูงกว่า Opus 5.5 ที่ 66.4% ด้วย
  • GDPval-AA v2.1 (งานอาชีพจริง 44 สาขา) ได้ 1844 ห่างจาก Opus 5.5 ที่ 1846 อยู่แค่ 2 คะแนน และทิ้ง Sonnet 5 ที่ 1449 ราว 400 คะแนน
  • CursorBench 4.0 ได้ 55.5% เทียบ Sonnet 5 ที่ 34.1% และ Opus 5.5 ที่ 57.8%
  • OSWorld 2.1 (การใช้คอมพิวเตอร์) ได้ 80.1% เทียบ Sonnet 5 ที่ 57.0%
  • เป็น Sonnet ตัวแรกที่เล่น Pokémon Red จนจบได้ โดยดูจากภาพหน้าจออย่างเดียว

Anthropic ระบุไว้ตรง ๆ ว่าคะแนน benchmark สะท้อนความสามารถได้แค่ด้านเดียว และจากการทดสอบของทั้งทีมงานเองและผู้ทดสอบภายนอก Opus 5.5 ยังเหนือกว่าชัดเจนในงานที่ซับซ้อน ปลายเปิด และต้องใช้วิจารณญาณต่อเนื่องยาว ๆ

งานเอกสารและงานออกแบบ

ผู้ทดสอบกลุ่มแรกพูดถึงเรื่องที่วัดเป็นคะแนนไม่ได้ เช่น คุยด้วยแล้วเป็นธรรมชาติขึ้น และมีสายตาด้านงานออกแบบ ช่วยให้หน้าตาของ UI ดูเรียบร้อยขึ้น และทำสไลด์ตามเทมเพลตที่ให้ไว้ได้จนแทบไม่ต้องแก้

Anthropic ยกตัวอย่างการทดสอบภายใน โดยให้เอกสารผลประกอบการรายไตรมาสของบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง พร้อมบทถอดเสียงการประชุมนักวิเคราะห์และเทมเพลตสไลด์ แล้วสั่งให้ทำรายงานสรุปผลการดำเนินงาน 10 สไลด์ ผู้เชี่ยวชาญ 2 คนตัดสินว่าฉบับร่างแรกส่งงานได้เลยโดยไม่ต้องแก้

ความปลอดภัย

บนชุดทดสอบพฤติกรรมอัตโนมัติราว 1,850 สถานการณ์ Sonnet 5.5 ทำได้ดีขึ้นหรือเท่าเดิมเมื่อเทียบกับ Sonnet 5 ในเกือบทุกด้าน และในชุดทดสอบเรื่องการพยายามออกนอกขอบเขตที่กันไว้ ทำได้ใกล้เคียง Opus 5.5 ซึ่งเป็นตัวที่ดีที่สุดที่ Anthropic เคยทดสอบ

เนื่องจากความสามารถด้านความปลอดภัยไซเบอร์ของ Sonnet 5.5 ขยับขึ้นมาใกล้เคียง Opus 5 จึงเป็น Sonnet ตัวแรกที่มีมาตรการกำกับด้านไซเบอร์ ติดมาด้วย งานที่มีความเสี่ยงสูงจะถูกส่งกลับไปให้ Sonnet 5 ทำแทนแบบเห็นได้ชัด ส่วนงานพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วไปไม่ได้รับผลกระทบ ด้านชีววิทยาใช้มาตรการชุดเดียวกับ Sonnet 5

ใช้ได้ที่ไหนบ้าง

เปิดให้ใช้แล้วบนทุกแพลตฟอร์ม รวมถึง Amazon Web Services, Google Cloud และ Microsoft Azure นักพัฒนาเรียกใช้บน Claude Platform ด้วยชื่อ claude-sonnet-5-5 ค่าเริ่มต้นของ effort ใน Claude Code และแอป Claude ตั้งไว้ที่ Medium ส่วน Claude Platform ตั้งไว้ที่ High

ใครที่ใช้ Sonnet แบบปิด thinking ไว้ ต้องเปลี่ยนไปใช้ค่า between_tools ก่อนย้ายมาใช้ Sonnet 5.5 ตามคู่มือการย้ายของ Anthropic

Claude Haiku 5.5 สำหรับงานปริมาณมากที่อ่อนไหวเรื่องต้นทุน จะตามมาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

มุมมองจากผู้เขียน

ถ้าดูแค่ป้ายราคา Sonnet 5.5 ไม่ได้ถูกลงเลย แต่สิ่งที่ผมว่าน่าสนใจคือการที่มันทำงานเดียวกันจบด้วย token น้อยลง อย่างเคสของ Balyasny ที่ลดจาก 497,000 เหลือ 121,000 token ต่อคำตอบ ส่วนจะประหยัดได้จริงแค่ไหนต้องลองกับงานของเราเอง เพราะตัวเลขจากผู้ทดสอบแต่ละรายต่างกันมาก ตั้งแต่ลด token ไปราว 12% ไปจนถึงราวสามในสี่ สำหรับงานประจำวันอย่างแก้บั๊ก ทำสไลด์ หรือสรุปเอกสาร ความเร็วที่เพิ่มขึ้นกว่า 30% น่าจะเป็นสิ่งที่รู้สึกได้ชัดที่สุด ส่วนงานที่ต้องคิดยาวและตัดสินใจซับซ้อน Anthropic เองก็ยังแนะนำให้ใช้ Opus 5.5 อยู่

ใครลองใช้ Sonnet 5.5 แล้วบ้างครับ รู้สึกว่าเร็วขึ้นหรือบิลลดลงจริงไหม มาเล่าให้กลุ่มฟังกันได้เลย


ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากประกาศอย่างเป็นทางการของ Anthropic ที่ anthropic.com อ่านต้นทางได้ที่ลิงก์ด้านล่าง

อ่านต้นฉบับ >

รับข่าวสารทางอีเมล

บทความใหม่ ข่าวอัปเดตเกี่ยวกับ Claude และประกาศกิจกรรมของชุมชน ส่งให้เป็นครั้งคราว ไม่ถี่จนรำคาญ

มาคุยกันต่อในกลุ่ม Facebook

ถาม-ตอบ แชร์เทคนิค โชว์ผลงาน และติดตามกิจกรรมของชุมชน พื้นที่พูดคุยหลักของเราอยู่ที่นั่น